กว่าจะเป็น Crepe Cake
สวัสดีทุกๆคนนะคะและวันนี้เปิ้ลก็มีเมนูเกี่ยวกับคนที่ชื่นชอบขนมมาฝากกันคะ
ประวัติความเป็นมา
“ขนมเค้ก” (cake) เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่มักจะมีรสหวานและผ่านกระบวนการอบ ซึ่งจะทำมาจากแป้ง น้ำตาล และส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ไข่ ผัก และผลไม้ที่ให้รสหวานหรือเปรี้ยว หรือส่วนประกอบที่มีไขมัน เช่น เนย ชีส ยีสต์ นม เป็นต้น และนิยมรับประทานเป็นของหวาน และฉลองในเทศกาลต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเกิดและวันแต่งงาน ซึ่งในโลกมีตำรับหรือสูตรการทำเค้กเป็นจำนวนล้านๆ สูตร ขนมเค้กมีหลากหลายชนิด อาทิ ชีสเค้ก ฟรุตเค้ก แพนเค้ก เค้กเนยสด และแยมโรล เป็นต้น
ขนมเค้ก มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวไวกิ้ง (Old Norse word) มาจากคำว่า "kaka" ประวัติเริ่มจากปี ค.ศ. 1843 นักเคมีชาวอังกฤษชื่อ อัลเฟรดเบิร์ด (Alfred Bird 1811-1878) ได้ค้นพบ "ผงฟู" (baking powder) ขึ้น ทำให้เขาสามารถทำขนมปังชนิดที่ไม่มียีสต์ได้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้เนื่องมาจากภรรยาของเขา (Elizabeth) เป็นโรคภูมิแพ้อาหารที่มีส่วนผสมของไข่และยีสต์
สำหรับประวัติขนมเค้กในประเทศไทยนั้น ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2480 ขนมเค้กยังไม่เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปมากนัก จะมีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้รับอารยธรรมตะวันตกหรือใกล้ชิดกับชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำธุรกิจ โดยร้านเบเกอรี่ (bakery) ในกรุงเทพฯ มีอยู่ไม่มากนัก ร้านที่เป็นที่รู้จักย่านถนนเจริญกรุงคือร้านมอนโลเฮียงเบเกอรี่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายทำธุรกิจกับต่างประเทศ และการท่องเที่ยวมีการขยายตัวมากขึ้น ทำให้มีความต้องการบริโภค ขนมเค้ก ขนมปัง เพสตรี้ เพื่อบริการแก่ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมีมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ธุรกิจเบเกอรี่ หรือขนมเค้ก ขนมปัง ขนมคุ๊กกี้ จึงขยายตัวและเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เครป เป็นขนมที่เรียบง่าย ประกอบไปด้วยแป้งสาลี ไข่ น้ำตาล นม เนย นำมาผสมกันแล้วเทลงในกระทะก็ได้แป้งแผ่นกลม สีเหลืองทอง สามารถใส่ไส้เป็นของคาวและหวานได้ตามชอบ ด้วยเหตุที่มีลักษณะทรงกลม สีเหลืองทองคล้ายดวงอาทิตย์นี่เอง ในสมัยก่อนเครปจึงเป็นขนมที่ใช้เสี่ยงทายของสังคมในยุคเกษตรกรรม เชื่อกันว่าถ้าไม่ทำเครปใน วัน ลา ฌองเดอเลอร์
(La Chandeleur) แล้วล่ะก็ ต้นกล้าของข้าวสาลีก็จะเป็นโรคและเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุด
ชนิดของเครป
เครปจำแนกออกเป็นหลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการของแต่ละบุคคลพบเห็นบ่อยที่สุดมีดังนี้
1.เครปเค้ก คือ การนำเค้กที่เราต้องการมาดัดแปลงให้เข้ากับเครป
2.เครปญี่ปุ่น คือ การทำแป้งให้นุ่มโดยอาศัยการนวดของฝ่ามือ
3.เครปเย็น คือ การนำเครปที่ทำขึ้นไปเป็นที่ใส่ไอศกรีมแต่ละรส
4.เครปพันชั้น คือ เครปธรรมดาที่นำวิวัฒนาการมาทำโดยต่อให้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยเพื่อให้เนื้อเครปติดต่อกันเป็นชั้นๆอย่างสวยงาม
5. เครปซูเซตต์ คือ เครปที่ดัดแปลงมาจากฝรั่งเศส และจัดเป็นเครปชนิดแรกที่มีการนำไปปรุงอาหาร รวมถึงเมนูอื่นๆ
6.เครปไอศครีม คือ เครปที่นำไอศกรีมมาเป็นส่วนประกอบร่วมกับเครป
วิธีการทำ Crepe Cake
เพื่อน ๆ คนไหนที่ชื่นชอบของหวานเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะของหวานอย่าง เครปเค้กเนื้อนุ่มแสนอร่อย วันนี้ดิฉันขอเอาใจสาวกเครปเค้กทั้งหลาย นำเมนูที่มีชื่อเก๋ไก๋ว่า " Special Crepe Cake Strawberry " มาฝากทุกคนกันนะคะ...อ่ะอ่ะ เห็นภาพแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่า เจ้าเครปเค้กเนื้อนุ่ม กับราสเบอร์รี่ซอสนี่ คงจะมีวิธีทำยุ่งยากใช่ไหมล่ะค่ะ แต่ขอบอกเลยว่า ไม่ยากอย่างที่คิดเลยล่ะเอ้า...ลองคิดดูซิว่า เครปเค้กเนื้อนุ่มทาครีมหวาน ๆ วางซ้อนทับกันหลาย ๆ ชั้น ราดกับซอสราสเบอร์รี่รสชาติเปรี้ยวกำลังดี ถ้าได้ทานคู่กับชาร้อน ๆ หอม ๆ จะอร่อยขนาดไหน... > < อย่ารอช้า ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่าค่ะ
:: ส่วนผสม ::
1. ไข่ไก่ 6 ฟอง
2. น้ำตาลทราย 80 กรัม
3. นมสด 250 กรัม
4. นมข้นจืด 200 กรัม
5. น้ำเปล่า 300 กรัม
6. แป้งเค้ก 250 กรัม
7. เกลือ 1/4 ชช.
8. น้ำมันพืช 100 กรัม
9. กลิ่นวานิลลา 1 ชช.
:: วิธีทำ ::
- ผสมทุกอย่างรวมกันใน mixing bowl จะใช้ whisk หรือ automatic hand mixer ในการผสมก็ได้นะคะ ตีจนกว่าส่วนผสมจะเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ประมาณ 5-7 นาที ค่ะ
- จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่เราได้มากรองกับกระชอน (กระชอนนะคะ ไม่ใช่ผ้าขาวบาง) กรองเสร็จแล้ว เราก็นำไปแช่ตู้เย็นสักชั่วโมงค่ะ ให้แป้งเซ็ตตัว
- คราวนี้ก็ถึงขั้นตอนที่ต้องอดทนพยายามเพื่อความสวยเนียนของแป้งเครป ก็คือการทอดแป้งค่ะ ขั้นตอนแรกเราต้องเตรียมกระทะเทฟล่อน ใช้ทิชชู่หรือผ้าชุบน้ำมันเล็กน้อยเช็ดให้ทั่วกระทะ เพื่อเวลาที่เราจะร่อนมันออกมาจะได้ง่ายค่ะ
- ตักแป้งประมาณหนึ่งกระบวยลงบนกระทะแล้วร่อนวนแป้งไปรอบๆให้แป้งเคลือบกับกระทะ ขั้นตอนนี้ต้องใช้ไฟอ่อนๆนะคะเดี๋ยวแป้งมันจะสุกก่อนที่เราจะร่อนแป้งเสร็จ ทิ้งไว้สักพักให้ด้านแรกสุก (เอาแค่สุกพอค่ะ อย่าให้ไหม้ อิอิ) แล้วจึงใช้ spatula ค่อยๆแซะแป้งกลับด้านเพื่อทอดอีกด้านหนึ่ง เอาล่ะ สุกแล้วก็นำแป้งที่ได้พักไว้บนตะแกรงให้เย็นแล้วค่อยทำแผ่นที่ 2 ต่อไปทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนแป้งหมดค่ะ เฮ้อ..กว่าจะเสร็จใช้เวลานานมาก
- ต่อไปคือส่วนผสมของวิปปิ้งครีมที่เรานำมาทาระหว่างชั้นของเค้กค่ะ นี่ไม่รวมกับที่เอามาบีบแต่งหน้าเล่นนะคะ พอดีคุณพ่อบ้านเค้าชอบกินวิปครีมค่ะเลยตีไว้เป็นกะละมัง ทั้งปาดทั้งบีบกันเต็มที่ค่ะ ลืมเรื่องลดความอ้วนไปสนิทเลยล่ะตอนกิน 5555
:: ส่วนผสมวิปปิ้งครีม ::
1. วิปปิ้งครีม 4 ถ้วยตวง
2. ไอซิ่ง 4-5 ชต.
- ตีส่วนผสมทั้งสองจนตั้งยอด แล้วนำไปปาดบนแป้งเครปที่เย็นแล้ว ปาดบางๆนะคะเพราะเรายังต้องปาดกันอีกหลายชั้น จนกระทั้งหมดทั้ง 20 แผ่น
- ต่อไปก็เป็นส่วนผสมของซอสค่ะ
:: ส่วนผสมซอส Strawberry ::
1. สตรอเบอร์รี่ 500 กรัม
2. น้ำตาลทราย 100-120 กรัม
3. น้ำมะนาวนิดนึง
- นำสตรอเบอร์รี่,น้ำมะนาวและน้ำตาลมารวมกันในหม้อแล้วตั้งไฟปานกลางเคี่ยวให้สตรอเบอร์รี่เปื่อย จะมีลักษณะคล้ายแยมค่ะ พักให้เย็นแล้วค่อยนำมาแต่งหน้าเค้กของเราค่ะ
- ขั้นตอนสุดท้ายของเราก็คือการนำทุกอย่างมารวมกันค่ะ นำเค้กที่เราได้มาบีบวิปครีมรอบๆ ใครถนัดยังไงก็ละเลงกันเลยค่ะ แล้วก็ปิดท้ายด้วยซอสสตรอเบอร์รี่ราดไปบนหน้า ก็เป็นอันเสร็จค่ะ เป็นไงคะเครปเค้กของเปิ้ล ยังไงก็ลองไปทำกินกันดูที่บ้านนะคะทำไม่ยากเลยเนอะ สำหรับสาวๆที่อยากทำขนมไปเซอไพรซ์คุณแฟนก็สามารถนำสูตรนี้ไปหัดทำกันได้เลยนะจ๊ะแล้วสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ไม่มีเวลาที่จะทำทานเองที่บ้านนะคะเปิ้ลก็จะแนะนำร้านให้คุณได้ไปซื้อนำกลับไปทานที่บ้านนะคะ
รสชาติของ Crepe Cake
1. Crepe Cake ลองจินตนาการถึงเครปที่วางซ้อนกันถึง 20 ชั้นเพื่อให้เป็นเค้ก แล้วในระหว่างชั้นของ เครป เค้ก นั้นก็สลับกับวิปปิ้งครีมที่มีความหนาเท่ากันในทุกๆชั้น เท่านั้นยังไม่พอยังราดด้วยซอสสตอเบอรี่ลงไปอีก ลองคิดดูว่ารสชาติจะกลมกล่อมขนาดไหน ครบครันไปด้วยความหวาน ความหอม ความมัน และเปรี้ยวนิดๆ เป็น เครป เค้ก ที่ลงตัวเลยทีเดียว ขอแนะนำว่าสถานที่ขายเครป เค้กที่อร่อยขึ้นชื่อลือชาต้องไปลองชิมกันที่ร้าน Something Sweet นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว
2. Fresh CoConut Cake หรือ เค้กมะพร้าวอ่อน ด้วยความที่ตัวเค้กเป็นเค้กที่ไม่มีความหวานจัดจ้าน สลับชั้นด้วยครีมสด แถมหน้าด้านบนสุดของตัวเค้กยังโรยด้วยมะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้นๆ ได้ความมันจากตัวครีมสดและก็มะพร้าวอ่อนไปเต็มๆ ร้านแนะนำสำหรับเค้กมะพร้าวอ่อนนี้ก็คือร้าน ภัค เบเกอรี่ since 1979 แถวซอยสุขุมวิท 23
3. Fruity Special Cake หรือ เค้กผลไม้ที่รวบรวมผลไม้อยู่บนเค้กถึง 9 ชนิดด้วยกัน ซึ่งเค้กผลไม้นี้ประกอบไปด้วย กีวี พีช ลิ้นจี่ แคนตาลูปที่มีทั้งสีเหลืองสีเขียว องุ่น ส้ม และมะละกอ ที่ถูกจัดวางสลับกับชั้นของครีมสดเนื้อเค้กก็นุ่มลิ้น รสชาติความหวานจากผลไม้นานาชนิดผสมผสานกับตัวครีมสด ทำให้เค้กผลไม้ชิ้นนี้มีรสชาติที่ละมุนและชุ่มคอเล็กๆเป็นอย่างมาก ร้านแนะนำคือร้าน Secret Recipe ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
4.Strawberry Chocolate Cake เค้กรสช็อกโกแลตที่มาพร้อมกับสตอเบอรี่ผลโตวางอยู่ในตัวเค้ก รสชาติหวานๆปนขมนิดๆจากช็อกโกแลตผสานกับความหวานอมเปรี้ยวจากสตอเบอรี่ก็สุดแสนจะเข้ากันทำให้เค้กชนิดนี้เป็นที่ติดอกติดใจของสาวสาวและกลุ่มคนที่ชื่นชอบการกินเค้กเป็นอย่างมาก ร้านที่ขอแนะนำคือร้าน Vanilla Industry ที่สาขาสยามเท่านั้นนะจ๊ะ ไปสาขาอื่นอาจไม่มีเมนูนี้ให้ชิมก็ได้นะ
5.Soft Chocolate Cake เค้กที่มีช็อกโกแลตหน้าเนียนนุ่มลิ้น ด้วยรสชาติของช็อกโกแลตที่หวานๆปนขมนิดๆทำให้เวลาที่กินเค้กนี้แล้วรู้สึกได้ว่ากะปรี้กะเปร่าขึ้นมาเลยทีเดียว ยิ่งตอนที่กินเค้กเข้าไปแล้วสัมผัสถึงกลิ่นของเค้กช้อกโกแลตที่ส่งกลิ่นหอมขึ้นมาเกี่ยวที่จมูก ก็ทำให้เวลาได้กินเค้กชิ้นนี้แล้วมีความสุขเป็นที่สุด ร้านที่ขอแนะนำให้ต้องไปลองชิมเค้กกันก็คือที่ร้าน กัลปพฤกษ์ ตรงถนนประมวลแถวสีลม
และทั้งหมดนี้ก็คือเค้กที่เปิ้ลผู้ชื่นชอบการกินเค้กเป็นชีวิตจิตใจชอบและติดใจมากถึงมากที่สุด รับรองได้เลยว่าหากเพื่อนๆ พี่พี่ น้องๆ ได้ไปลองลิ้มชิมรสเค้กกันแล้วล่ะก็ จะต้องรู้สึกติดใจในความอร่อยของเหล่าเค้กที่เปิ้ลได้มาแนะนำให้อย่างแน่นอน ซึ่งจริงๆแล้วใครติดใจรสชาติเค้กของร้านไหนก็สามารถมาบอกต่อ ร่วมแชร์ร้านเค้กอร่อยๆกันมาได้นะคะ เพราะร้านเค้กที่ เปิ้ลเลือกมานี้บางร้านอาจจะไม่สะดวกในการเดินทางไปลองลิ้มชิมรสเค้กที่เปิ้ลได้แนะนำไปสำหรับใครหลายๆคนก็ได้ และที่สำคัญที่สุดถ้าใคร คนไหนที่ชอบกินเค้กแต่กลัวอ้วนแล้วล่ะก็ เปิ้ลขอแนะนำว่าหลังจากการกินเค้กหรือของหวานทุกชนิดแล้วก็หมั่นออกกำลังกายเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินด้วยก็ได้ จะได้ไม่ต้องมานั่งช้ำใจว่าอ้วนเพราะกินเค้กกันนะคะ
ในช่วงเทศกาลแห่งความรักทุกคนอาจมองหาของขวัญว่าจะซื้ออะไรให้คุณแฟนกันดีและเปิ้ลก็มีวิธีที่จะมาแนะนำทุกๆคนกันนะคะอย่าง Crepe Cake Strawberry กันความหวานแบบนี้ “กุ๊กเล็ก” ก็ต้องขออินเทรนด์ตามกระแสด้วยการหาของหวานอร่อยๆ มาทำกินเองที่บ้านบ้าง และไหนๆ ก็ยังมีสตรอเบอร์รี่สดๆ เหลืออยู่ในตู้เย็นที่บ้าน ก็เลยจัดการแปลงร่างให้กลายเป็น “เครปเค้กซอสสตรอเบอร์รี่” ได้ขนมหวานอร่อยๆ มาลิ้มรสให้อิ่มใจ
แหล่งอ้างอิง
http://www.wongnai.com/restaurants/2856tA-after-you-dessert-cafe-j-avenue?gclid=CM2Q4qO1oLACFQR66wodR3fjXQ
ประวัติความเป็นมา
“ขนมเค้ก” (cake) เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่มักจะมีรสหวานและผ่านกระบวนการอบ ซึ่งจะทำมาจากแป้ง น้ำตาล และส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ไข่ ผัก และผลไม้ที่ให้รสหวานหรือเปรี้ยว หรือส่วนประกอบที่มีไขมัน เช่น เนย ชีส ยีสต์ นม เป็นต้น และนิยมรับประทานเป็นของหวาน และฉลองในเทศกาลต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเกิดและวันแต่งงาน ซึ่งในโลกมีตำรับหรือสูตรการทำเค้กเป็นจำนวนล้านๆ สูตร ขนมเค้กมีหลากหลายชนิด อาทิ ชีสเค้ก ฟรุตเค้ก แพนเค้ก เค้กเนยสด และแยมโรล เป็นต้น
ขนมเค้ก มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวไวกิ้ง (Old Norse word) มาจากคำว่า "kaka" ประวัติเริ่มจากปี ค.ศ. 1843 นักเคมีชาวอังกฤษชื่อ อัลเฟรดเบิร์ด (Alfred Bird 1811-1878) ได้ค้นพบ "ผงฟู" (baking powder) ขึ้น ทำให้เขาสามารถทำขนมปังชนิดที่ไม่มียีสต์ได้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้เนื่องมาจากภรรยาของเขา (Elizabeth) เป็นโรคภูมิแพ้อาหารที่มีส่วนผสมของไข่และยีสต์
สำหรับประวัติขนมเค้กในประเทศไทยนั้น ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2480 ขนมเค้กยังไม่เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปมากนัก จะมีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้รับอารยธรรมตะวันตกหรือใกล้ชิดกับชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำธุรกิจ โดยร้านเบเกอรี่ (bakery) ในกรุงเทพฯ มีอยู่ไม่มากนัก ร้านที่เป็นที่รู้จักย่านถนนเจริญกรุงคือร้านมอนโลเฮียงเบเกอรี่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายทำธุรกิจกับต่างประเทศ และการท่องเที่ยวมีการขยายตัวมากขึ้น ทำให้มีความต้องการบริโภค ขนมเค้ก ขนมปัง เพสตรี้ เพื่อบริการแก่ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมีมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ธุรกิจเบเกอรี่ หรือขนมเค้ก ขนมปัง ขนมคุ๊กกี้ จึงขยายตัวและเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เครป เป็นขนมที่เรียบง่าย ประกอบไปด้วยแป้งสาลี ไข่ น้ำตาล นม เนย นำมาผสมกันแล้วเทลงในกระทะก็ได้แป้งแผ่นกลม สีเหลืองทอง สามารถใส่ไส้เป็นของคาวและหวานได้ตามชอบ ด้วยเหตุที่มีลักษณะทรงกลม สีเหลืองทองคล้ายดวงอาทิตย์นี่เอง ในสมัยก่อนเครปจึงเป็นขนมที่ใช้เสี่ยงทายของสังคมในยุคเกษตรกรรม เชื่อกันว่าถ้าไม่ทำเครปใน วัน ลา ฌองเดอเลอร์
(La Chandeleur) แล้วล่ะก็ ต้นกล้าของข้าวสาลีก็จะเป็นโรคและเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุด
ชนิดของเครป
เครปจำแนกออกเป็นหลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการของแต่ละบุคคลพบเห็นบ่อยที่สุดมีดังนี้
1.เครปเค้ก คือ การนำเค้กที่เราต้องการมาดัดแปลงให้เข้ากับเครป
2.เครปญี่ปุ่น คือ การทำแป้งให้นุ่มโดยอาศัยการนวดของฝ่ามือ
3.เครปเย็น คือ การนำเครปที่ทำขึ้นไปเป็นที่ใส่ไอศกรีมแต่ละรส
4.เครปพันชั้น คือ เครปธรรมดาที่นำวิวัฒนาการมาทำโดยต่อให้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยเพื่อให้เนื้อเครปติดต่อกันเป็นชั้นๆอย่างสวยงาม
5. เครปซูเซตต์ คือ เครปที่ดัดแปลงมาจากฝรั่งเศส และจัดเป็นเครปชนิดแรกที่มีการนำไปปรุงอาหาร รวมถึงเมนูอื่นๆ
6.เครปไอศครีม คือ เครปที่นำไอศกรีมมาเป็นส่วนประกอบร่วมกับเครป
วิธีการทำ Crepe Cake
เพื่อน ๆ คนไหนที่ชื่นชอบของหวานเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะของหวานอย่าง เครปเค้กเนื้อนุ่มแสนอร่อย วันนี้ดิฉันขอเอาใจสาวกเครปเค้กทั้งหลาย นำเมนูที่มีชื่อเก๋ไก๋ว่า " Special Crepe Cake Strawberry " มาฝากทุกคนกันนะคะ...อ่ะอ่ะ เห็นภาพแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่า เจ้าเครปเค้กเนื้อนุ่ม กับราสเบอร์รี่ซอสนี่ คงจะมีวิธีทำยุ่งยากใช่ไหมล่ะค่ะ แต่ขอบอกเลยว่า ไม่ยากอย่างที่คิดเลยล่ะเอ้า...ลองคิดดูซิว่า เครปเค้กเนื้อนุ่มทาครีมหวาน ๆ วางซ้อนทับกันหลาย ๆ ชั้น ราดกับซอสราสเบอร์รี่รสชาติเปรี้ยวกำลังดี ถ้าได้ทานคู่กับชาร้อน ๆ หอม ๆ จะอร่อยขนาดไหน... > < อย่ารอช้า ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่าค่ะ
:: ส่วนผสม ::
1. ไข่ไก่ 6 ฟอง
2. น้ำตาลทราย 80 กรัม
3. นมสด 250 กรัม
4. นมข้นจืด 200 กรัม
5. น้ำเปล่า 300 กรัม
6. แป้งเค้ก 250 กรัม
7. เกลือ 1/4 ชช.
8. น้ำมันพืช 100 กรัม
9. กลิ่นวานิลลา 1 ชช.
:: วิธีทำ ::
- ผสมทุกอย่างรวมกันใน mixing bowl จะใช้ whisk หรือ automatic hand mixer ในการผสมก็ได้นะคะ ตีจนกว่าส่วนผสมจะเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ประมาณ 5-7 นาที ค่ะ
- จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่เราได้มากรองกับกระชอน (กระชอนนะคะ ไม่ใช่ผ้าขาวบาง) กรองเสร็จแล้ว เราก็นำไปแช่ตู้เย็นสักชั่วโมงค่ะ ให้แป้งเซ็ตตัว
- คราวนี้ก็ถึงขั้นตอนที่ต้องอดทนพยายามเพื่อความสวยเนียนของแป้งเครป ก็คือการทอดแป้งค่ะ ขั้นตอนแรกเราต้องเตรียมกระทะเทฟล่อน ใช้ทิชชู่หรือผ้าชุบน้ำมันเล็กน้อยเช็ดให้ทั่วกระทะ เพื่อเวลาที่เราจะร่อนมันออกมาจะได้ง่ายค่ะ
- ตักแป้งประมาณหนึ่งกระบวยลงบนกระทะแล้วร่อนวนแป้งไปรอบๆให้แป้งเคลือบกับกระทะ ขั้นตอนนี้ต้องใช้ไฟอ่อนๆนะคะเดี๋ยวแป้งมันจะสุกก่อนที่เราจะร่อนแป้งเสร็จ ทิ้งไว้สักพักให้ด้านแรกสุก (เอาแค่สุกพอค่ะ อย่าให้ไหม้ อิอิ) แล้วจึงใช้ spatula ค่อยๆแซะแป้งกลับด้านเพื่อทอดอีกด้านหนึ่ง เอาล่ะ สุกแล้วก็นำแป้งที่ได้พักไว้บนตะแกรงให้เย็นแล้วค่อยทำแผ่นที่ 2 ต่อไปทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนแป้งหมดค่ะ เฮ้อ..กว่าจะเสร็จใช้เวลานานมาก
- ต่อไปคือส่วนผสมของวิปปิ้งครีมที่เรานำมาทาระหว่างชั้นของเค้กค่ะ นี่ไม่รวมกับที่เอามาบีบแต่งหน้าเล่นนะคะ พอดีคุณพ่อบ้านเค้าชอบกินวิปครีมค่ะเลยตีไว้เป็นกะละมัง ทั้งปาดทั้งบีบกันเต็มที่ค่ะ ลืมเรื่องลดความอ้วนไปสนิทเลยล่ะตอนกิน 5555
:: ส่วนผสมวิปปิ้งครีม ::
1. วิปปิ้งครีม 4 ถ้วยตวง
2. ไอซิ่ง 4-5 ชต.
- ตีส่วนผสมทั้งสองจนตั้งยอด แล้วนำไปปาดบนแป้งเครปที่เย็นแล้ว ปาดบางๆนะคะเพราะเรายังต้องปาดกันอีกหลายชั้น จนกระทั้งหมดทั้ง 20 แผ่น
- ต่อไปก็เป็นส่วนผสมของซอสค่ะ
:: ส่วนผสมซอส Strawberry ::
1. สตรอเบอร์รี่ 500 กรัม
2. น้ำตาลทราย 100-120 กรัม
3. น้ำมะนาวนิดนึง
- นำสตรอเบอร์รี่,น้ำมะนาวและน้ำตาลมารวมกันในหม้อแล้วตั้งไฟปานกลางเคี่ยวให้สตรอเบอร์รี่เปื่อย จะมีลักษณะคล้ายแยมค่ะ พักให้เย็นแล้วค่อยนำมาแต่งหน้าเค้กของเราค่ะ
- ขั้นตอนสุดท้ายของเราก็คือการนำทุกอย่างมารวมกันค่ะ นำเค้กที่เราได้มาบีบวิปครีมรอบๆ ใครถนัดยังไงก็ละเลงกันเลยค่ะ แล้วก็ปิดท้ายด้วยซอสสตรอเบอร์รี่ราดไปบนหน้า ก็เป็นอันเสร็จค่ะ เป็นไงคะเครปเค้กของเปิ้ล ยังไงก็ลองไปทำกินกันดูที่บ้านนะคะทำไม่ยากเลยเนอะ สำหรับสาวๆที่อยากทำขนมไปเซอไพรซ์คุณแฟนก็สามารถนำสูตรนี้ไปหัดทำกันได้เลยนะจ๊ะแล้วสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ไม่มีเวลาที่จะทำทานเองที่บ้านนะคะเปิ้ลก็จะแนะนำร้านให้คุณได้ไปซื้อนำกลับไปทานที่บ้านนะคะ
รสชาติของ Crepe Cake
1. Crepe Cake ลองจินตนาการถึงเครปที่วางซ้อนกันถึง 20 ชั้นเพื่อให้เป็นเค้ก แล้วในระหว่างชั้นของ เครป เค้ก นั้นก็สลับกับวิปปิ้งครีมที่มีความหนาเท่ากันในทุกๆชั้น เท่านั้นยังไม่พอยังราดด้วยซอสสตอเบอรี่ลงไปอีก ลองคิดดูว่ารสชาติจะกลมกล่อมขนาดไหน ครบครันไปด้วยความหวาน ความหอม ความมัน และเปรี้ยวนิดๆ เป็น เครป เค้ก ที่ลงตัวเลยทีเดียว ขอแนะนำว่าสถานที่ขายเครป เค้กที่อร่อยขึ้นชื่อลือชาต้องไปลองชิมกันที่ร้าน Something Sweet นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว
2. Fresh CoConut Cake หรือ เค้กมะพร้าวอ่อน ด้วยความที่ตัวเค้กเป็นเค้กที่ไม่มีความหวานจัดจ้าน สลับชั้นด้วยครีมสด แถมหน้าด้านบนสุดของตัวเค้กยังโรยด้วยมะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้นๆ ได้ความมันจากตัวครีมสดและก็มะพร้าวอ่อนไปเต็มๆ ร้านแนะนำสำหรับเค้กมะพร้าวอ่อนนี้ก็คือร้าน ภัค เบเกอรี่ since 1979 แถวซอยสุขุมวิท 23
3. Fruity Special Cake หรือ เค้กผลไม้ที่รวบรวมผลไม้อยู่บนเค้กถึง 9 ชนิดด้วยกัน ซึ่งเค้กผลไม้นี้ประกอบไปด้วย กีวี พีช ลิ้นจี่ แคนตาลูปที่มีทั้งสีเหลืองสีเขียว องุ่น ส้ม และมะละกอ ที่ถูกจัดวางสลับกับชั้นของครีมสดเนื้อเค้กก็นุ่มลิ้น รสชาติความหวานจากผลไม้นานาชนิดผสมผสานกับตัวครีมสด ทำให้เค้กผลไม้ชิ้นนี้มีรสชาติที่ละมุนและชุ่มคอเล็กๆเป็นอย่างมาก ร้านแนะนำคือร้าน Secret Recipe ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
4.Strawberry Chocolate Cake เค้กรสช็อกโกแลตที่มาพร้อมกับสตอเบอรี่ผลโตวางอยู่ในตัวเค้ก รสชาติหวานๆปนขมนิดๆจากช็อกโกแลตผสานกับความหวานอมเปรี้ยวจากสตอเบอรี่ก็สุดแสนจะเข้ากันทำให้เค้กชนิดนี้เป็นที่ติดอกติดใจของสาวสาวและกลุ่มคนที่ชื่นชอบการกินเค้กเป็นอย่างมาก ร้านที่ขอแนะนำคือร้าน Vanilla Industry ที่สาขาสยามเท่านั้นนะจ๊ะ ไปสาขาอื่นอาจไม่มีเมนูนี้ให้ชิมก็ได้นะ
5.Soft Chocolate Cake เค้กที่มีช็อกโกแลตหน้าเนียนนุ่มลิ้น ด้วยรสชาติของช็อกโกแลตที่หวานๆปนขมนิดๆทำให้เวลาที่กินเค้กนี้แล้วรู้สึกได้ว่ากะปรี้กะเปร่าขึ้นมาเลยทีเดียว ยิ่งตอนที่กินเค้กเข้าไปแล้วสัมผัสถึงกลิ่นของเค้กช้อกโกแลตที่ส่งกลิ่นหอมขึ้นมาเกี่ยวที่จมูก ก็ทำให้เวลาได้กินเค้กชิ้นนี้แล้วมีความสุขเป็นที่สุด ร้านที่ขอแนะนำให้ต้องไปลองชิมเค้กกันก็คือที่ร้าน กัลปพฤกษ์ ตรงถนนประมวลแถวสีลม
และทั้งหมดนี้ก็คือเค้กที่เปิ้ลผู้ชื่นชอบการกินเค้กเป็นชีวิตจิตใจชอบและติดใจมากถึงมากที่สุด รับรองได้เลยว่าหากเพื่อนๆ พี่พี่ น้องๆ ได้ไปลองลิ้มชิมรสเค้กกันแล้วล่ะก็ จะต้องรู้สึกติดใจในความอร่อยของเหล่าเค้กที่เปิ้ลได้มาแนะนำให้อย่างแน่นอน ซึ่งจริงๆแล้วใครติดใจรสชาติเค้กของร้านไหนก็สามารถมาบอกต่อ ร่วมแชร์ร้านเค้กอร่อยๆกันมาได้นะคะ เพราะร้านเค้กที่ เปิ้ลเลือกมานี้บางร้านอาจจะไม่สะดวกในการเดินทางไปลองลิ้มชิมรสเค้กที่เปิ้ลได้แนะนำไปสำหรับใครหลายๆคนก็ได้ และที่สำคัญที่สุดถ้าใคร คนไหนที่ชอบกินเค้กแต่กลัวอ้วนแล้วล่ะก็ เปิ้ลขอแนะนำว่าหลังจากการกินเค้กหรือของหวานทุกชนิดแล้วก็หมั่นออกกำลังกายเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินด้วยก็ได้ จะได้ไม่ต้องมานั่งช้ำใจว่าอ้วนเพราะกินเค้กกันนะคะ
ในช่วงเทศกาลแห่งความรักทุกคนอาจมองหาของขวัญว่าจะซื้ออะไรให้คุณแฟนกันดีและเปิ้ลก็มีวิธีที่จะมาแนะนำทุกๆคนกันนะคะอย่าง Crepe Cake Strawberry กันความหวานแบบนี้ “กุ๊กเล็ก” ก็ต้องขออินเทรนด์ตามกระแสด้วยการหาของหวานอร่อยๆ มาทำกินเองที่บ้านบ้าง และไหนๆ ก็ยังมีสตรอเบอร์รี่สดๆ เหลืออยู่ในตู้เย็นที่บ้าน ก็เลยจัดการแปลงร่างให้กลายเป็น “เครปเค้กซอสสตรอเบอร์รี่” ได้ขนมหวานอร่อยๆ มาลิ้มรสให้อิ่มใจ
แหล่งอ้างอิง
http://www.wongnai.com/restaurants/2856tA-after-you-dessert-cafe-j-avenue?gclid=CM2Q4qO1oLACFQR66wodR3fjXQ

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น